🌀

Lab 71 — ค่าคงตัวสปริงและงานในการยืดสปริง (3D)

Hooke's Law — แขวนตุ้มน้ำหนักทีละ 50 g อ่านตำแหน่งขีดชี้บนไม้เมตร (mm) · กราฟ F–x ความชัน = k · พื้นที่ใต้กราฟ = งาน W = ½kx² · หามวลก้อนปริศนาจากค่า k ที่วัดได้

3D · three.js KP Science simulation
🖱 ลาก = หมุน · ล้อ = ซูม · Shift+ลาก = เลื่อน
📱 1 นิ้ว = หมุน · 2 นิ้ว = ซูม/เลื่อน
⚠️ โหลดไลบรารี 3D (three.js) ไม่สำเร็จ หรือเบราว์เซอร์นี้ไม่รองรับ WebGL
จึงอ่านไม้เมตรในภาพ 3D ไม่ได้ — เปลี่ยนเป็นโหมด ⚡ อัตโนมัติ ในแผงด้านข้างเพื่อให้ระบบอ่านค่าให้
📝 บันทึกผลการวัด
โหมดการทดลอง
ตารางบันทึกผล ค่า k ที่ซ่อนไว้ และมวลก้อนปริศนาไม่เปลี่ยน
🧭 ตอนนี้ต้องทำอะไร
🌀 เลือกสปริง
สปริง 2 ขดมีค่า k ต่างกัน (ไม่ทราบค่า) · เปลี่ยนสปริงแล้วต้องอ่าน x₀ ใหม่ · ถ้าแขวนมากเกินไป สปริงจะเกินขีดจำกัดสภาพยืดหยุ่นและยืดค้าง
⚖️ มวลบนที่แขวน
ที่แขวน 50 g + มวลที่เพิ่ม0 g
ตุ้มน้ำหนักแบบผ่า 50 g มี 10 ก้อน · ที่แขวนรับมวลที่เพิ่มได้ไม่เกิน 500 g · ใส่ตุ้มแล้วสปริงจะแกว่งขึ้นลงสักพักจึงหยุด
📊 ผลที่บันทึกล่าสุด
ยังไม่มีการบันทึก — กรอกค่าในกรอบ “📝 บันทึกผลการวัด” ใต้แผนภาพ แล้วกดบันทึก
📋 ตารางบันทึกผล
📈 กราฟจากข้อมูลที่บันทึก
พื้นที่ถึง x =— mm
🎯 ตรวจคำตอบ
k ของสปริง A = N/m
มวลก้อนปริศนา = g
ถือว่าถูกเมื่อคลาดไม่เกิน 5% · โหมดวัดเองไม่แสดงค่าจริง

วัตถุประสงค์

อุปกรณ์ (เสมือนจริง)

การอ่านไม้เมตรในภาพ 3 มิติ

ขั้นตอน

  1. เลือกสปริง แขวนเฉพาะที่แขวน รอให้หยุดนิ่ง กด 🔍 ซูมอ่านค่า แล้วอ่านตำแหน่งขีดชี้บนไม้เมตรในภาพ 3 มิติ บันทึกเป็นแถว m = 0 → ค่านี้คือ x₀
  2. กด + 50 g (แถบปุ่มใต้ภาพ 3 มิติ) ที่แขวนจะแกว่งขึ้นลง รอให้นิ่ง (หรือกด ✋ ให้นิ่ง) อ่านตำแหน่งขีดชี้ กรอกช่อง ② แล้วกด 📝 บันทึก
  3. ทำซ้ำจนได้อย่างน้อย 5 ค่าของมวล (เช่น 50–400 g) · ตารางคำนวณ F = mg และ x = ค่าอ่าน − x₀ จากตัวเลขที่นักเรียนกรอกเอง
  4. ดูกราฟ F–x ลากเส้นตรงผ่านจุดกำเนิดที่เข้ากับข้อมูลที่สุด ความชัน = k · กรอก k ใน 🎯 เพื่อตรวจ
  5. เลื่อนแถบ “พื้นที่ถึง x” ดูพื้นที่ใต้กราฟ (งาน) เทียบกับ ½kx² · เปลี่ยนเป็นกราฟ W–x² ความชัน = k/2
  6. เอาตุ้มออก กด ❓ ปริศนา เพื่อแขวนก้อนปริศนา รอให้นิ่ง ซูมอ่านและบันทึก → m = kx/g · กรอกใน 🎯 เพื่อตรวจ
  7. ทำซ้ำกับสปริงอีกขด เปรียบเทียบความชันของกราฟ
⚠️ ถ้าแขวนมวลมากเกินไป สปริงจะเกินขีดจำกัดสภาพยืดหยุ่น — ยืดมากกว่าที่กฎของฮุกทำนาย และเมื่อเอามวลออกจะไม่กลับความยาวเดิม (ยืดค้าง) ข้อมูลหลังจากนั้นใช้หาค่า k ไม่ได้ ต้องกด 🔄 เปลี่ยนสปริงใหม่ แล้วเริ่มอ่าน x₀ ใหม่

ตารางบันทึกผล (ตัวอย่างหัวตาราง)

m (g) | ค่าอ่านขีดชี้ (mm) | x = ค่าอ่าน − x₀ (mm) | F = mg (N) | W = ½Fx (mJ)

คำถามท้ายการทดลอง

  1. กราฟ F–x ของสปริง A และ B ต่างกันอย่างไร สปริงขดใดแข็งกว่า
  2. ทำไมจึงอ่าน x₀ ขณะมีที่แขวนอยู่แล้ว ไม่ต้องคิดมวลที่แขวนใน F ใช่หรือไม่ เพราะเหตุใด
  3. ถ้าดึงสปริงให้ยืดเพิ่มเป็น 2 เท่า งานที่ต้องทำเพิ่มเป็นกี่เท่า
  4. ถ้าอ่านค่าขณะที่แขวนยังแกว่ง ผลจะคลาดอย่างไร
  5. สปริงที่เกินขีดจำกัดสภาพยืดหยุ่นแล้ว กราฟ F–x มีลักษณะอย่างไร

1. กฎของฮุก (Hooke's law)

F = kx k = ความชันกราฟ F–x = F / x
หามวลไม่ทราบค่า: mg = kx → m = kx / g

2. งานในการยืดสปริง = พื้นที่ใต้กราฟ

ขณะดึงสปริงอย่างช้า ๆ แรงดึงเพิ่มจาก 0 ถึง kx แรงไม่คงที่ งานจึงหาจากพื้นที่ใต้กราฟ F–x ซึ่งเป็นรูปสามเหลี่ยม:

W = ½ · F · x = ½ · (kx) · x = ½kx²
พลังงานศักย์ยืดหยุ่น Eₚ = ½kx² · กราฟ W–x² เป็นเส้นตรง ความชัน = k/2
💡 แบบจำลองใน simulation: g = 9.8 m/s² · ค่า k ของสปริง A และ B สุ่มในช่วง 15–45 N/m ต่อการเปิดหน้า · มวลก้อนปริศนาสุ่ม 120–380 g · ไม่คิดมวลของสปริง · ที่แขวนแกว่งแบบหน่วง (ω = √(k/m)) · ขีดจำกัดสภาพยืดหยุ่นที่แรงรวม 4.41 N (มวลรวม 450 g รวมที่แขวน) เกินจากนี้สปริงอ่อนลงและยืดค้างเมื่อเอามวลออก